10 ที่ห้ามพลาดเมื่อไปเวนิส


1. Piazza San Marco

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า San Marco กับ Saint Mark ก็คือคนเดียวกันแค่เป็นชื่ออิตาลีกับอังกฤษ ตรงบริเวณจตุรัสนี้มีสถานที่น่าสนใจคือ

Basilica San Marco หรือมหาวิหารซานมาโค

มหาวิหารนี้โดดเด่นด้วยรูปประดับทั้งหมด ที่สร้างจากกระเบื้องโมเสกชิ้นเล็กๆเรียงกันมี ตัวมหาวิหารเป็นศิลปะแบบไบเซนไทน์เนื่องด้วยสมัยเวนิสรุ่งเรืองนั้นมีการติดต่อกับไบเซนไทน์อย่างต่อเนื่อง

ตัวมหาวิหารนั้นดูฟรี ส่วนที่ต้องเสียเงินมี 3 ส่วนคือ

St. Mark Treasury ขุมสมบัติของเซนต์มาร์ค จริงๆก็ไม่มีอะไรมากๆมายหนักไปทางเครื่องประดับ เครื่องใช้ที่เป็นทอง บอกไว้ก่อนว่าคงไม่ได้ถึงกับร้องว้าว ค่าเข้าชมตรงนี้ 3 Euro

Palla d'o ฉากทองหลังแท่นบูชาที่ประดับไปด้วยอัญมณีมากมายตกแต่งเป็นภาพที่สวยงาม ค่าชม 2 Euro

Museum & Terrace 5 Euro อันนี้ควรชมมากแม้ต้องเดินขึ้นบันไดสูงชันขึ้นไป เพราะจะได้พบกับม้าของเซนต์มาร์คที่เอามาจากกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลในสงครามครูเสดครั้งที่ 4 ตัวที่ตั้งอยู่ข้างในคือของจริงส่วนที่อยู่ตรงระเบียงคือของจำลอง บนนี้จะมีแบบจำลองสถาปัตยกรรมด้านโครงสร้างของมหาวิหารและศิลปะวัตถุโบราณต่างๆ นอกจากนี้ยังจะได้ดูภาพใหญ่ๆเกิดจากการเอากระเบื้องโมเสกมาเรียงแบบชัดๆใกล้ๆอีกด้วย

แนะนำให้เดินดูมหาวิหารก่อนถ้าสนใจก็จ่ายเป็นส่วนๆไป

Museo Correr พิพิธภัณฑ์กอแรร์ ทางเข้าตั้งอยู่บนจตุรัสด้านทิศตะวันตกตรงที่เรียกว่า นโปเลียนวิง สร้างสมัยพระเจ้านโปเลียนบุกมายึดเวนิส

พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมทั้งโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุของเวนิสแบบครบๆ

ห้ามพลาดกับภาพพิมพ์แผนที่เวนิสโบราณ ที่พิมพ์จากบล็อกไม้แกะเป็นรูปแผนที่ขนาดใหญ่ 4 ชิ้น และห้องนโปเลียนบอลรูม

ควรซื้อตั๋วล่วงหน้าเพราะคิวค่อนข้างยาวแม้ไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น

Palazzo Ducale หรือวังผู้ครองนคร ภาษาอังกฤษคือ Doge Palace แต่จริงๆเป็นทั้งที่ประชุมสภา ศาล ที่พัก

ตำแหน่ง Doge นั้นก็คือผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐเวนิสในตอนนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้างในจะโอ่อ่าเพียงใด

ห้ามพลาดกับห้องประชุมสภา ส่วนใครที่ชื่นชอบการรบของฝั่งยุโรปก็มีพวกอาวุธสมัยโบราณให้ชมด้วย

สะพานเชื่อมที่ชื่อ Bridge of Sighs นักโทษจะถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง เป็นที่ที่จะได้ดูท้องฟ้าและทะเลเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อข้ามสะพานนี้ที่ต่อไปยังคุกที่เคยขังคนดังอย่างคาสโนว่ามาแล้ว

แนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าเพราะขนาดไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่นคิวยังค่อนข้างยาว

2. Basilica santa maria gloriosa dei frari

โบสต์สไตล์กอธิกที่การตกแต่งภายนอกเห็นเพียงแค่ก้อนอิฐเรียงกันแต่ข้างในนั้นไม่ธรรมดา

The Assumption of The Virgin ภาพพระแม่มารีสู่สวรรค์ผลงานของ ทีเชียน ที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชานั้นสะกดสายตาได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีผลงานของศิลปินดังๆอย่าง Bellini (Madonna and the child) รูปปั้นเซนต์จอห์นโดย ดอนนาเทลโล Choir Stall แถวที่นั่งแกะสลักจากไม้ผลงานของ Marco Cozzi

หอระฆังของที่นี่ยังสูงเป็นอันดับสองของเวนิสอีกด้วยโดยเป็นรองเฉพาะหอระฆังซานมาโค

3. Basilica San Giorgio Maggiore

โบสต์อีกแห่งที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมข้ามฟากมาจากซานมาโคได้เลย ตัววิหารออกแบบโดย อันเดรีย พาลาดิโอ สถาปนิกชื่อดังแห่งยุค ซึ่งถ้าใครเคยไปเมืองวิเซนซา เกือบทุกตึกที่เป็น landmarks ออกแบบโดยพาลาดิโอคนนี้

ห้ามพลาด

ภาพ The Last Supper ของตินโตเรตโตที่ใช้การสื่อสารแบบสมจริงคือมีกลุ่ม human ในภาพที่ก็ทำหน้าที่ต่อไปโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และ กลุ่ม unhuman ที่มีเทพ พระเยซูและสาวกที่มีรังสีเรืองรอง

หอระฆังที่สามารถชมเวนิสในมุมที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่? ในช่วงที่นโปเลียนยึดกรุงโรม การเลือกตั้งพระสันตปาปามีขึ้นที่นี่

4. Chiesa di San Sebastiano

โบสต์ขนาดกลางนี้ เป็นโบสต์ที่รวมภาพศิลปินมากสุดก็ว่าได้ ผลงานโดยส่วนใหญ่เป็นของศิลปินชาวเวนิส เปาโล เวโรเนสเส (ภาพเพดาน) นอกจากนี้ก็มีภาพของตินโตเรตโต, ทิเชียน, ปารีส บอโดเน, จาคอปโป ซานโซวิเน

เสียดายตอนไปโบสต์กำลังซ่อมแซม

5. Fondamenta Sacca

พื้นที่ริมทะเลแห่งนี้เหมาะกับการมาดูพระอาทิตย์ตกมากๆ หากว่าอากาศดีๆจะมองไปได้ไกลถึง Dolomite ส่วนหนึ่งของ Alp ใต้เลยทีเดียว และด้วยความที่ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวหลัก คนที่ชื่นชอบความเงียบสงบจะต้องรักที่นี่ และถ้ามาเป็นคู่จะฟินขึ้นอีกแน่นอน

6. Burano

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที จากเวนิส เป็นเกาะที่โดดเด่นด้วยบ้านเรือนสีสดใส ระวังเมมโมรี่กล้องจะหมดไม่รู้ตัว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ผ้าลูกไม้อันเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่อีกด้วย

7. Scala Contarini del Bovolo

Palace หลังเล็กของตระกูล Contarini ที่เคยเป็น Doge ของเวนิสมาแล้ว ตัวอาคารซ่อนอยู่ในตรอกแคบๆ โดดเด่นด้วยบันไดวนเชื่อมระหว่างชั้น ชั้นบนสุดสามารถมองไปได้ถึงมหาวิหารและหอระฆังแห่งซานมาโค

8. Rialto Market

ว่ากันว่าถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแท้ๆของเมืองนั้นๆ ให้ไปที่ตลาดของเมืองนั้นๆ คนส่วนใหญ่มักจะไปแค่สะพานริอัลโตแต่ตลาดเช้าริอัลโตนี่ห้ามพลาดมากๆ เป็นตลาดที่แทบจะยกทะเลมาไว้เลย ที่นี่จะเห็นหมึกที่เอาไปทำพาสต้าซอสหมึกดำทั้งหลาย ปลาตาเดียวตัวใหญ่เบ้ง นอกจากนี้ก็จะมีผักผลไม้ ของแห้งบ้างประปราย

9. Santa Maria della Salute

โบสต์โรมันคาทอลิกนี้สร้างขึ้นเพื่อพระแม่มารีในคราวที่เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ในเวนิสคร่าชีวิตพลเมืองไปกว่า 1 ใน 3 ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่มีคำว่า Salute ที่แปลว่าสดุดีต่อท้ายชื่อ

โบสต์นี้มีชื่อเรียกกันสั้นๆว่า Salute

รูปสำคัญคือ Madonna and the child อยู่ที่แท่นบูชา

เป็นรูปที่เป็นบรรณาการจากการสงบศึกสงคราม Candia กับเติร์ก มีอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 12

10. Ponte dell'Accademia

ส่วนตัวยกให้สะพานนี้เป็นจุดชม Grand Canal ที่สวยที่สุดในเวนิส Facade ที่สวยงามของตึกต่างๆไล่เรียงไปถึง Salute โดยมีเรือต่างๆแล่นมาในคลองเป็นระยะๆ

จริงๆในเวนิสยังมีสถานที่น่าไปอีกเยอะโดยเฉพาะพวกพิพิธภัณฑ์เช่น Galleria dell'accademia ที่ว่ากันว่าไม่เป็นสองรองจาก Uffizi ที่ฟลอเรนซ์ แต่ว่าแต่ละที่ต้องใช้เวลาเยอะ อย่างน้อยก็ครึ่งวัน

#venice #Italy #Venezia #Attraction #Travel

Featured Posts
Recent Posts