โอกาสไม่ได้อยู่กับเราเสมอ

ไปไต้หวันเที่ยวนี้หนึ่งในไฮไลต์ที่บรรจุไว้ในแผนเที่ยวก็คือการไปดูโคมลอย (Sky Lantern) ในงานเทศกาลโคมไฟที่จัดที่เมืองผิงซี (PingXi) อยู่ทางตะวันออกของกรุงไทเป แต่ใครจะไปรู้ว่ามันจะเป็นไฮไลต์ที่น่าประทับใจที่สุดของทริปนี้

Taiwan-99-C-0364.jpg

เราเริ่มออกเดินทางจากไทเปในช่วงสายๆเพราะคิดว่ายังไงก็น่าจะไปทันการลอยโคมที่จะเริ่มประมาณ 6 โมงเย็น หารู้ไม่หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ออกจากบ้านอะมันด้าไปเราไปกินข้าวกันที่ Ximen แหล่งรวมวัยรุ่นของไทเป แบบชิลๆ เสร็จแล้วค่อยไปซื้อตั๋วรถไฟจาก Taipei main station ไปที่สถานีรุยเฟิง เพื่อเปลี่ยนรถไปผิงซี เออ พอขึ้นรถไฟปั๊ปรู้ได้ทันทีว่างานนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะเรียกได้ว่ารถไฟค่อนข้างแน่นเลย และทุกคนคงมีเป้าหมายไปที่เดียวกันแหงๆ เห็นหลายคนถือโบรชัวร์งานนี้มาจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร

CDocuments-and-SettingsSMDesktoppingpingDSC-0760.jpg

 พอมาถึงรุยเฟิง โอ๊วว ทำไมคนมันเยอะอย่างนี้นะเนี่ย แต่เราใจเย็นมาก รอคนเค้าซื้อตั๋วไปผิงซีจนหมดแถวค่อยเดินเข้าไปซื้อตั๋ว day-pass มาอย่างเยือกเย็น ระหว่างนั้นสายตาของผมและน้องที่ไปด้วยกันก็ป๊ะเข้าให้กับสาว ไทแวนนิสคู่หนึ่ง น่ารักมาก อ้าวเค้าลงไปข้างล่างมุมทางรถไฟข้ามไปชานชาลาฝั่งโน้นแล้ว สงสัยต้องไปรอรถไฟฝั่งโน้นแน่ๆ ไม่รอช้าเราตามไปทันที แต่พอเดินขึ้นมาถึงชานชาลาเท่านั้นแหละ เจ้าหน้าที่ตะโกนข้ามฝั่งมาประมาณว่าจะไปผิงซีใช่มั้ยกลับมาฝั่งนี้เลย เดี๋ยวไปรถไฟขบวนหน้านี่เลย เออ ก็เลยต้องกลับมาฝั่งเดิม จะเดินให้เมื่อยทำไมหว่า สาวสองคนนั้นก็เดินกลับมาด้วยเช่นกัน คราวนี้แหละเป็นจังหวะเหมาะน้องที่ไปด้วยกันเลยถามว่าพี่ลุยเลยมั้ย เออ จะดีเรอะ เค้าพูดภาษาอังกฤษได้เหรอ ได้ไม่ได้ไม่รู้พี่ก็ต้องลองดู เราเป็นคนต่างชาติได้เปรียบอยู่แล้ว น้องก็เลยจัดให้ โชคดีเป็นบ้าที่หนึ่งในสองสาวสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเลยทีเดียว น้องมันก็คุยไปเรื่อยๆ ผมนะเหรอ พยายามจะถ่ายรูปน้องเค้า (เหมือนโรคจิตป่ะ แต่ถ้าไม่ถ่ายเดี๋ยวไม่มีรูปมาเล่าเรื่องนะ) ถ่ายมาได้ชัดๆอยู่แค่สองรูป อะไรกันเนี่ย นึกแล้วแอบเซ็งตัวเอง

และแล้วรถไฟก็มา สาวคนที่พูดอังกฤษได้บอกว่าไปขบวนนี้แหละ เดี๋ยวไปเปลี่ยนรถอีกที โอวคนแน่นมาก แต่เราก็ต้องพยายามเบียดแทรกขึ้นไปให้ได้ แถมยังต้องพยายามไปอยู่ใกล้ๆสองสาวนั่นอีก เพราะเดี๋ยวถึงที่ลงแล้วไม่รู้ (ข้ออ้างชัดๆ) รถไฟวิ่งมาได้ประมาณ 5 นาที สาวที่พูดอังกฤษได้ก็บอกว่าลงสถานีนี้แหละ โอ๊ะพอเดินข้ามสะพานลอยมาอีกฝั่งคนรออยู่ก่อนแล้วเพียบเลย งานลอยโคมที่นี่ทำไมคนถึงให้ความสนใจกันขนาดนี้นะ หลังจากลับแล้วไปถามอะมันด้าจึงได้ความว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมปีนี้ถึงได้ Popular มากกว่าทุกปี อาจจะเป็นเพราะพวกยูมาก็ได้มั้ง

ชานชาลาแคบๆอัดแน่นไปด้วยผู้คนหลากวัย ทุกคนมุ่งไปที่เดียวกันเลยนั่นคือผิงซี อยากรู้จังมีอะไรดีกว่า ลอยโคมที่สันทราย เชียงใหม่บ้านเรา ระหว่างรอรถเราก็คุยกับสองสาวไปเรื่อยๆ ถามไปได้ความว่าคนที่คุยอังกฤษได้อยู่ที่เมืองไทจงเรียน inter เลยพูดภาษาอังกฤษได้ ส่วนอีกคนอยู่ไทเป ทั้งคู่มางานนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน น่าแปลกที่คุยกันมาตั้งนานแต่ดันไม่ได้ถามชื่อซะนี่ ระหว่างรอรถไฟมีคนที่อยู่บนเนินริมทางรถไฟถ่ายรูปลงมาที่ชานชาลานัยว่าคงไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้มาก่อน สองสาวหันไปที่กล้องซึ่งอยู่ไกลออกไปหลายสิบเมตร พร้อมๆกับชูสองนิ้วเล่นกับกล้องอ้าวนี่ชอบถ่ายรูปนี่นา รออยู่ประมาณ 30 นาทีได้รถไฟก็มาเสียงโฮ่ฮาของคนที่ยืนรอดังขึ้นเพราะรถไฟ มาพร้อมกับคนแน่นเต็มขบวน ชิโดนหลอกแล้วเรา นี่มันรถไฟที่มาจากรุยเฟิงนี่นา คนก็ขึ้นมาจากรุยเฟิง เต็มหมดนะสิ เรามาก่อนถึงรุยเฟิงก่อนแต่โดนส่งมาอยู่สถานีข้างหน้าแล้วจะได้ขึ้นมั้ยเนี่ย - -'' อีกอย่างเราดันไม่ได้ยืนชิดฝั่งชานชาลาที่รถวิ่งเข้ามาด้วย ก็พยายามยัดกันเข้าไป แต่ดูแล้วเราคงไม่ได้ไปขบวนนี้แน่ ซักพักเจ้าหน้าที่ก็เดินมาบอกว่าไปไม่ได้ให้รอก่อนเดี๋ยวจะมีรถวิ่งกลับจากผิงซีมารับที่นี่โดยเฉพาะ แปลโดยสาวพูดภาษาอังกฤษได้ เอ๊ารอกันต่อไป ระหว่างรอน้องที่ไปด้วยก็บอกว่าพี่เดี๋ยวขอเฟซบุ้กเค้าเลยดีกว่า (เฟซบุ้กฮิตมากที่ไต้หวัน) แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ขอ พอรถไฟมาเราได้ขึ้นเป็นคนแรกๆเลย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมน้องมันเลือกมานั่งคนละฝั่งกับสองสาวลองนึกภาพ BTS บ้านเราแล้วนั่งคนละฝั่งแบบนั้นแหละ ตอนแรกก็เห็นหน้าค่าตากันอยู่หรอก แต่พอคนเริ่มขึ้นมาเยอะ เรียบร้อยครับบังจนมิดมองไม่เห็นเลย น้องมันบอกว่าลืมคิดไปพี่ว่าจะมีคนขึ้นตามหลังมาเยอะ เวรแล้ว แล้วจะรู้มั้ยว่าต้องไปลงที่ไหน (ข้ออ้างอีกแล้ว เพราะงานลอยโคมจัดที่ผิงซีก็ต้องลงที่ผิงซีสิ) รถไฟวิ่งอย่างช้าๆผ่านสถานีแล้วสถานีเล่า มีสถานีที่น่าสนใจและควรจะลงก็คือ Shifen ซึ่งคนลงค่อนข้างเยอะทำให้แม้ไม่เห็นหน้าสองสาวแต่ก็เห็นรองเท้าแว่บๆทำให้รู้ว่ายังไม่ได้ลงนะ โคมสีสวยกับบ้านเรือนเก่าๆรอบสถานีทำให้น่าเดินมากๆ แต่เดี๋ยวก่อนลงไม่ได้ครับเพราะเราจะไปงานผิงซีนี่มันก็เย็นมากแล้วเดี๋ยวไม่ทัน อีกอย่างสาวสองคนนั่นก็ไม่ลงด้วย รถออกจาก shifen มาถึงผิงซีคราวนี้คนลงกันเพียบ มองออกไปข้างนอกโอวว เต้นท์ขายของเยอะมากคนก็ล้านแปดเลย แต่ทำไมาสองคนไม่ลงสงสัยจะไปสถานีสุดท้าย Jingtong ก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาเพราะตั๋ว day-pass จะนั่งรถไฟอีกกี่รอบก็ได้อยู่แล้ว

CDocuments-and-SettingsSMDesktoppingpingDSC-0748.jpg

พอถึงสถานีสุดท้าเราเดินลงไปก่อนและหันกลับมา สาวคนที่พูดภาษาอังกฤษโบกมือแล้วพูดว่าบ๊ายบาย อ้าวไปซะแล้ว อย่าว่าแต่ไม่ได้ขอเฟซบุ้กเลย แม้แต่ชื่อแซ่ก็ยังไม่รู้จัก สองสาวเดินลิ่วไปเข้าร้านขายของกินคล้ายๆไก่จ๊อ คือห่อด้วยฟองเต้าหู้ แต่ยัดไส้ด้วยเผือกและหมู และหั่นเป็นชิ้นๆและเอาไปถอด เพิ่งมารู้ทีหลังว่าร้านนี้ดังมากๆ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมอร่อยมากๆ แต่ยังไม่ได้กินหรอกนะ ขอเดินไปเข้าห้องน้ำก่อน กลับมาเพื่อที่จะเข้าไปนั่งกินในร้านอ้าวสองสาวหายไปแล้ว เธอกินกันเร็วมากครับพี่น้อง ภาษาวัยรุ่นต้องบอกว่า เร็วโพดๆครับ หายไปแล้ว เอาไงต่อดีตอนแรกว่าจะไปขอเดินไปด้วย เพราะเราก็ไม่ชำนาญเส้นทาง และ อ่านภาษาจีนได้งูงูปลาปลา = 蛇蛇鱼鱼 (อย่าได้เอาไปใช้เชียวมันไม่มีเดี๋ยวคนจีนจะตลกเอา) แต่นี่สองสาวหายไปแล้วครับ โอเคด้วยคนที่เยอะเราเลยไม่คาดว่าจะเจอสาวทั้งสองอีก เลยเลือกเดินไปเรื่อยๆแถวๆสถานีนี้ก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยมานั่งรถไฟกลับผิงซี เดินไปจนสุดแนวร้านค้าแล้วก็เดินย้อนกลับมาซื้อน้ำและฟองเต้าหู้ยัดไส้นั่นมากิน กินกันอยู่แป๊ปนึง น้องก็สายตาดีบอกว่าพี่เจอแล้วนั่นไงมาแล้ว พระเจ้าให้โอกาสเราแล้ว สาวสองคนเดินผ่านหน้าเราไป น้องมันเห็นว่าเดินเข้าไปตรงทางเดินข้างพิพิธภัณฑ์ ก่อนจะเอาขยะไปทิ้ง แต่ผมกลับไม่เห็นว่าสองสาวนั่นเดินผ่านหน้าเราไปตอนไหน อาจเป็นเพราะยกขวดน้ำขึ้นดื่มอยู่ แล้วเราสองคนไปที่ข้างๆพิพิธภัณฑ์ในทันที อ้าวมันมีทางทะลุออกไปได้หรอกเหรอ เสียงน้องรำพัน เบื้องบนให้โอกาสครั้งที่สองกับเราเท่านั้นและจะไม่มีครั้งที่สาม นี่มันเป็นความจริงเหรอเนี่ย หลังจากคลาดกันอีกครั้งแล้ว ชื่อก็ไม่รู้จัก รูปก็ไม่ได้ถ่าย เฟซบุ้กก็ไม่ได้ รถไฟก็มาแล้ว เราเลยขึ้นรถไฟกลับผิงซีเพื่อไปดูโคมลอยอันเลื่องลือของไต้หวันว่าจะยิ่งใหญ่ซักแค่ไหน ต่อจากนั้นเราเลยตั้งชื่อให้สองสาวที่เราไม่รู้จักชื่อจริงว่า ผิงผิง (คนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ยิ้มแล้วใจละลาย) กับ ซีซี (คนพูดภาษาอังกฤษได้ หน้าตาเหมือนแฟนเก่าใครบางคน)

ทายซิว่าเราได้เจอสองสาวอีกหรือไม่? เราได้โอกาสครั้งที่สามหรือเปล่า ? ^_______^

#pingxi #taiwan #skylantern

Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags